วันที่ 13 เมษายน 2021 7:29 PM
Gurubarcelona.com

ชลบุรีเอฟซี หักด่านเฉือนชนะ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ช้างเอฟเอคัพเป็นที่เรียบร้อย

อัพเดทเมื่อ 8 เมษายน 2021 เข้าดู 10 ครั้ง

ชลบุรีเอฟซี หักด่านเฉือนชนะ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ช้างเอฟเอคัพเป็นที่เรียบร้อย

ชลบุรีเอฟซี โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม ในผลงานเมื่อคืน ของรายการช้างเอฟเอคัพ 2020/2021 ที่เป็นการดวลกันกับ ปราสาทสายฟ้าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีดีกรีถึงรองแชมป์ไทยลีก 2021 โดยเป็นการเจอกันใน สนามทรูสเตเดี้ยมธรรมศาสตร์รังสิต ที่เป็นการเล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุด ของทีมฉลามชล ซึ่งในการเริ่มการแข่งขันในครึ่งแรกนั้น เป็นการครองบอลที่เยอะกว่าของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด

ชลบุรีเอฟซี

 

และเป็นเกมรุกที่ทาง ชลบุรีFC ถึงกับต้องถอยตั้งรับ และเป็นการถอยตั้งหลักที่แก้เกม ได้ต้องใช้เวลาไปมากกว่า 10 นาที จึงมีโอกาสได้จบสกอร์ในนาทีที่ 14 ของชลบุรี

ที่มีโอกาสได้ฟรีคิก จากทางขวาของ ชาญณรงค์ ที่ได้เป็นผู้โชคดีรับหน้าที่ปั่นฟรีคิกลูกนี้ไป แต่ก็เป็นการลุ้นที่แฟนบอลต่างก็ลุ้น เพราะการปั่นฟรีคิกครั้งนี้ เป็นการปั่นที่ข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งต่อมาในนาทีที่ 20 ต้องมีการหยุดเกมไปถึง 5 นาที เนื่องจากเป็นการสื่อสารของผู้ตัดสินที่มีปัญหาเกิดขึ้น

และต่อมาในนาทีที่ 25 ชลบุรีเอฟซี ก็มีโอกาสทำเกมโต้กลับคืน อย่างที่แฟนบอลชลบุรีนั้นเชียร์จนมาถึงวินาทีสำคัญ ที่ชาญณรงค์เปิดบอลมาถึงในเขตโทษ โดย เอลิอันโดร เป็นผู้สานต่อ แต่ยังเป็นการเข้าไปไม่ถึงบอล แต่ยังเหลือวรชิตที่รออยู่เสาสองอยู่แล้ว โดยการชัดเข้าเต็มเหนียวเต็มประตู โดยลอดขาของ ศิวรักษ์ ผู้รักษาประตู ของทีม บุรีรัมย์ยู ไนเต็ด โดยเป็นการขึ้นนำของชลบุรีที่สามารถขึ้นนำ 1-0 ก่อน

แต่ในไม่กี่นาทีต่อมา บุรีรัมย์สามารถตีเสมอได้สำเร็จ โดยฝีมือของ ศุภโชค ที่สามารถซัดเข้ากรอบของชลบุรีเป็นผลสำเร็จ และเป็นการเสมอกันที่ ต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่ยอมแพ้ จนมีการดวลแข้งกันถึงการแข่งขันในครึ่งแรก ก็ยังไม่สามารถมีทีมไหน ที่จะทำแต้มขึ้นมาได้อีกดังนั้นในสกอร์ของครึ่งแรก ของการแข่งขันฟุตบอล AF cup คู่ระหว่าง ชลบุรีFC กับบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ยังเสมอกันอยู่ที่ 1 ต่อ 1

ซึ่งต่อมาในครึ่งหลังนั้นชลบุรี ก็สามารถปั่นฟรีคิกเข้ากรอบไปในที่สุด โดยลูกปั่นของ กฤษดา กาแมน ที่สามารถทีมชลบุรีชนะบุรีรัมย์ยูไนเต็ด แต่ก็ยังเป็นเกมที่ยังไม่แน่นอน เพราะในนาทีที่ 80 นั้นบุรีรัมย์ก็ยังใส่เกมลุกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถที่จะผ่านเเนวรับของชลบุรีได้ แต่ไม่นานนัก

ชลบุรีก็เกือบที่จะได้ในเม็ดที่ 3 โดยชาญณรงค์เจ้าเก่า ได้จ่ายบอลเข้าเขตโทษ แต่ก็เป็นการเปิดที่บอลชนเสาเด้งออกไปอย่างน่าเสียดาย แต่ยังมีรายการของการทดนาทีบาดเจ็บ ซึ่งมีการทดถึง 7 นาที บุรีรัมย์ก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามที่จะใส่เกมรุกอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถ ทำอะไรทีมแนวรับของชลบุรีเอฟซีได้

จนกระทั่งจบการแข่งขันชลบุรี ก็สามารถชนะได้ถึง 2/1 ซึ่งเป็นการชัยชนะ ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในวันที่ 11 เมษายน ส่วนบุรีรัมย์นั้นก็ตกรอบไปอย่างคาดหมาย และเป็นการตกรอบที่น่าเสียดาย ของทีมปราสาทสายฟ้าโดย 11 ผู้เล่นตัวเก่งของทีมปราสาทสายฟ้าคือ ศิวรักษ์ ศศลักษณ์ พรรษา รัตนากร ศุภชัย ไมค่อน เบรนดอน ชิติพัทธ์ ซึ่งยังคงเป็นนักเตะชุดเดิม

ที่ได้ลงเล่นในนัดที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ก็ยังถือว่าเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม ในไทยพรีเมียร์ลีก ที่มีดีกรีเป็นถึงรองแชมป์ไทยลีกในฤดูกาลนี้ และยังมีดีกรีถึงแชมป์ 4 สมัย ในรายการ AFC cup อีกแต่ถึงอย่างไรก็ตาม วงการฟุตบอลไทย ก็ยังถือว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นทีมที่ดีที่สุด ที่ได้สร้างสรรค์การเล่นฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง

และยังรวมดารานักเตะของทีมชาติไทยไว้อย่างคับคั่ง และในส่วนของ ชลบุรีเอฟซี หลังจากที่เอาชนะ บุรีรัมย์ยูไนเต็ดไปอย่างหวุดหวิด ก็ยังจะใช้แผนเดิมที่มีผู้เล่น 11 คน ที่สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอล ที่นำทีมโดย ชาญณรงค์ เอลิอันเดร ฉัตรมงคล ทรงชัย สหรัฐ จูเนียร์ วราชิต รังสรรค์ กฤษดา ซึ่งเป็น 11 ผู้เล่น ที่มีรายการเตะอย่างต่อเนื่อง และเป็นรายการที่จะต้องเจอกับสิงห์เชียงราย ที่ถือว่าเป็นอีกทีมหนึ่ง ที่จะต้องสร้างเกมรับอย่างต่อเนื่อง และเป็นเกมรับที่ ชลบุรีเอฟซี คาดหวังว่าจะสามารถคว้าแชมป์ในศึกเอฟเอคัพได้อย่างสำเร็จ

ชลบุรีเอฟซี vs สิงห์เชียงราย คู่ชิงในรายการช้างเอฟเอคัพ 2020/2021

และแล้วในการแข่งขันฟุตบอล ช้างเอฟเอคัพในฤดูกาลนี้ ก็เดินทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ที่จะมีการแข่งขันเกิดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน ที่เป็นการเจอกันระหว่าง ฉลามชล ชลบุรีเอฟซี กับ กว่างโซ้ง สิงห์เชียงรายยูไนเต็ด ซึ่งผู้ชนะการแข่งขันในรายการนี้ จะมีดีกรีถึงระดับแชมป์ช้างเอฟเอคัพ

และมีเงินรางวัลสูงสุดถึง 5 ล้านบาท ซึ่งยังมีโควต้าที่จะได้เข้าไปเล่น เอฟซี เเชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล2022 ที่ทั้งสองทีมที่จะเป็นคู่ชิงชนะเลิศ หากต้องการที่จะเข้าไปเล่นในถ้วยเอเชียแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการ คว้าดีกรีแชมป์เอฟเอคัพในวันที่ 11 ที่จะเป็นเกมที่จะชี้วัดอนาคตของทีม

แต่ถึงอย่างไรก็ตามทั้ง ชลบุรีเอฟซี และเชียงรายยูไนเต็ดที่ 2 ทีมนี้ ได้ผ่านการคว้าแชมป์ AF cup มาแล้วทั้งสองทีม ที่สามารถคว้าแชมป์มาถึง 2 สมัย โดยชลบุรีเอฟซีมันได้ผ่ายให้กับการท่าเรือในปี 2009 ซึ่งเป็นการพลาดท่าที่น่าเสียดายเกิดขึ้น แต่ในฤดูกาล นี้ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขัน ภายใต้การควบคุมของสมาคมฟุตบอลแห่งชาติ

ที่ก่อนหน้านี้ในรายการแข่งขันทุกรายการนั้นก็ได้พาทีมคว้าแชมป์ทุกรายการ ที่ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ไทยลีก 1 แชมป์ไทยลีก 2 แชมป์ไทยลีก 3 และแชมป์ฟุตบอลหญิงลีก ที่ยืนยันให้เห็นความสามารถของโค๊ชไทย ที่ได้สร้างความตื่นเต้น และสร้างความน่าเชื่อถือ ในการนำทีมหรือการฝึกซ้อมพาทีมไปสู่ระดับแชมป์ในก้าวต่อไป

การเตรียมความพร้อม ก่อนการแข่งขันในนัดชิงของ “ฉลามชล”

ในการเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ ของ AFC cup ที่จะเจอกับสิงห์เชียงราย ในวันที่ 11 เมษายนนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมของชลบุรี ที่จะต้องเจอกับทีมแชมป์ 2  สมัย ที่ไม่ว่าจะเป็นทั้งเกมรุกหรือเกมรับ ก็จะเป็นการวางแผนที่ดี และยังต้องเตรียมความพร้อมเพิ่มขึ้นยิ่งขึ้น เพราะเชียงรายยูไนเต็ด มีดีจีถึงแชมป์ 2 สมัย ของรายการ AF cap ที่จะประมาทไม่ได้ เพราะทั้งเกมรุกและเกมรับ ที่จะมีการเกิดขึ้น จะเป็นการเกิดขึ้น ที่แฟนบอลทั้งสองทีม ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน

เพราะฤดูกาลที่จะเจอกัน จะเป็นการชี้วัดที่ชะตาของทีม ที่จะสามารถเข้ารอบไปร่วมทีม ของรายการระดับเอเชียได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นการเข้าไปร่วมเสริมทัพ กับทีมการท่าเรือ ที่ยังหาเพื่อนเข้าไปร่วม เพื่อที่จะไปคว้าชัยในรายการระดับเอเชีย ซึ่งทางด้านชลบุรีเอฟซีที่เคยเป็นแชมป์เอฟเอคัพ ก็ยังทะยานที่จะทำให้ทีมของตัวเอง เข้าไปสู่สมัยที่ 3 โดย “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ ที่เป็นผู้จัดการทีมที่มีความสามารถหลายด้าน ที่จะช่วยสร้างให้ทีมของตัวเองสามารถ เข้าไปคว้าชัยในรายการนี้ให้ได้

เพราะเป็นรายการที่จะทำให้คนไทยเชื่อมั่น ในทีมชลบุรีเอฟซี ยังเป็นทีมฟุตบอลที่ดี อีกทีมหนึ่งของประเทศไทย พร้อมทั้งจะทันให้ลูกทีมของตน ให้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่จะมีสร้างเกียรติให้คนไทย ด้วยการเล่นฟุตบอลที่มีคุณภาพ

ติดตามชมผลบอลรอลชิงเอฟเอคัพได้ที่ <<< gurubarcelona.com >>>>” ฉลามชล” แชมป์เอฟเอคัพแน่นอน

ข่าวฟุตบอล ล่าสุด