วันที่ 25 มกราคม 2022 10:14 AM
Gurubarcelona.com

ทีมช้างศึกไทย จะกลับมาเป็นเบอร์ 1 ของ อาเซี่ยนอีกครั้ง

อัพเดทเมื่อ 8 ธันวาคม 2021 เข้าดู 3 ครั้ง

ทีมช้างศึกไทย ระเบิดแข้งชิงแชมป์ฟุตบอลอาเซี่ยน

ทีมช้างศึกไทย หลังจากที่เสียความเป็นที่ 1 ของอาเซี่ยนให้กับทีมชาติเวียดนาม เราจะกลับมายึดเบอร์ 1 ของอาเซี่ยนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่ถ้วยนี้เลยกับ ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซี่ยน หรือ AFF Suzuki Cup 2020 ซึ่งเป็นศึกระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซี่ยน ขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยครั้งนี้เป็นการแข่งขันครั้งที่ 13 ได้กลับมาทำการแข่งขันกันอีกครั้ง หลังจากที่ถูกเลื่อนมาจากปีก่อนเพราะสถานการณ์ โควิด2019 ปีนี้ สิงคโปร์ ได้เป็นเจ้าภาพ โดยมี เวียดนาม เป็นแชมป์เก่าในรายการนี้  หากจะถามว่ารายการ นี้สำคัญขนาดไหน ในระดับเอเชียอาจจะไม่มีความหมายอะไร แต่ในระดับอาเซี่ยนแล้ว ถือเป็นรายการใหญ่มีไว้ เพื่อบอกว่าใครจะเป็นอันดับ 1 ของอาเซี่ยน ในรายการนี้มี 10 ที่ได้เข้าร่วมด้วยกันได้แก่ ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และน้องใหม่ ติมอร์-เลสเต

ในรายการนี้มีเพียงแค่ 4 ชาติที่เคยได้แชมป์ ไทย(5ครั้ง) สิงคโปร์(4ครั้ง) เวียดนาม(2ครั้ง) มาเลเซีย(1ครั้ง) ซึ่งไทยเป็นพี่เต้ย ในการได้แชมป์ในรายการนี้ ผมจะมาแนะนำทีมเต็ง ที่ผมคิดว่าน่าจะมีโอกาสคว้าแชมป์ในรายการ เต็ง1 ผมมองว่าน่าจะเป็น ทีมช้างศึกไทย เรานี่แระ ในปีนี้ผมมองว่าคงจะถึงเวลาของทีมไทย ที่จะกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง ด้วยตัวผู้เล่นที่เรียกมานั้น อุดมไปด้วยผู้เล่น ที่ค้าแข้งในต่างประเทศ และการได้โค้ช มาโน่ โพกิ้ง ชาวเยอรมัน ที่คุ้นเคยกับนักเตะไทยเป็นอย่างดี เต็ง2 คงจะหนีไม่พ้นแชมเก่าอย่างเวียดนาม  เวียดนามคือทีมที่ร้อนแรงที่สุดในอาเซี่ยนในเวลานี้ มีโค้ชจอมเขี้ยวอย่าง ปาร์ค ฮังซอ แต่สิ่งที่ทำให้ผมมองว่ายังเป็นรองไทยก็คือ การที่เวียดนามใช้นักเตะชุด2มาแข่งในรายการนี้ เพราะนักเตะชุดเก่งของเขา จะต้องไปโฟกัสที่ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เต็ง3 ก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้าภาพสิงคโปร์ ที่เป็นแชมป์รายการนี้มากสุดเป็นอันดับ2 รองจากไทย ซึ่งปีนี้ได้โค้ชชาวญี่ปุ่นอย่าง ทัตสึมะ โยชิดะ ปีนี้พวกเขาหวังเป็นอย่างมากที่จะคว้าแชมป์ให้ได้ เต็ง4 ผมมองไปที่ อินโดนีเซีย มาเลเซียเพราะอินโดนีเซีย ช่วงหลังเข้าชิงบ่อยมาก แต่ก็แพ้ทั้งหมดส่วนมาเลเซีย

สมัยก่อนก็ขับเขี้ยวกับทีมไทย มาโดยตลอดแต่ระยะหลุดวงโคจรไปเอง ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามานี้ ทีมชาติไทยผลงานตกต่ำลงมาก ตั้งแต่หมดยุคโค้ช ซิโก้ ทำให้ทีมชาติ เวียดนาม เต็ง4 ผมมองไปที่  อินโดนีเซีย มาเลเซียเพราะอินโดนีเซีย ช่วงหลังเข้าชิงบ่อยมาก แต่ก็แพ้ทั้งหมดส่วนมาเลเซีย สมัยก่อนก็ขับเขี้ยวกับทีมไทย มาโดยตลอดแต่ระยะหลุดวงโคจรไปเอง ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามานี้ ทีมชาติไทยผลงานตกต่ำลงมาก ตั้งแต่หมดยุคโค้ช ซิโก้ ทำให้ทีมชาติ เวียดนาม

ทีมช้างศึกไทย

ใครคือเจ้าของอาเซี่ยนตัวจริง ทีมช้างศึกไทย มีโอกาสลุ้น

ที่เคยเป็นลูกไล่เราโดยตลอด ช่วงหลังพัฒนาแบบก้าวกระโดด ขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนแทน นั่นจึงทำให้แฟนบอลในชาติ เริ่มหมดศรัทธากับ ทีมชาติไทย ไปช่วงนึง การแข่งขันรายการ Suzuki Cup ครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่การได้แชมป์อย่างเดียว แต่จะเป็นการพิสูจน์ว่า ใครคือเจ้าแห่งอาเซียนตัวจริง  ในสมัยก่อนนั้น ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซี่ยนนั้น จัดตั้งขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ.2539 ภายใต้ชื่อ ไทเกอร์คัพ เนื่องจากตอนนั้นเบียร์ไทเกอร์ จากประเทศสิงคโปร์คือผู้สนับสนุนหลัก หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็น อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ แล้วต่อมา ซูซูกิ ก็เข้ามาสนับสนุนต่อ จึงได้เปลี่นชื่อมาเป็น เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ จนถึงปัจุบัน โดยศึกฟุตบอลในครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม A ประกอบไปด้วย ทีมช้างศึกไทย ฟิลิปปินส์ เมียนม่า สิงคโปร์ และติมอร์-เลสเต

กลุ่ม B ประกอบไปด้วย ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม โดยทั้ง 2 กลุ่มนั้นจะนำเพียงอันดับ 1-2 เข้ารอบต่อไป ซึ่งถ้าดูจากผลการจับสลากแล้ว ดูเหมือนว่าทีมชาติไทยจะไม่ค่อยเจองานหนักเท่าไร  จะมีทีมที่จะเบียดแย่งกับ ทีมช้างศึกไทย ได้ก็น่าจะเป็นสิงคโปร์ ที่ช่วงหลังฟอร์มพัฒนาขึ้นมามาก และยังเป็นเจ้าภาพอีก คงจะไม่ยอมตกรอบแบ่งเป็นแน่ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญาสำหรับทีมชาติไทยในการผ่านเข้ารอบต่อไปได้ มาดูกันที่อีกกลุ่มที่น่าจะเป็นกลุ่มที่เดายากว่าใครจะผ่านเข้า เพราะแต่ละทีมต่างก็พัฒนาขึ้นมามากโดยเฉพาะเวียดนาม

ที่พวกเขาได้โค้ชเกาหลีใต้มา ทำให้วงการฟุตบอลเวียดคึกคักเป็นอย่างมาก แถมตอนนี้พวกเขา ยังอยู่ในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายคัดบอลโลกโซนเอเชีย ทำให้ทางแชมป์เก่าเวียดนาม ประกาศออกมาแล้วว่าจะใช้ชุดสอง ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมอาเซี่ยนในครั้งนี้ ส่วนตัวเต็งที่เหลือในกลุ่มก็น่าจะเป็น มาเลเซีย ที่เป็นคู่รักคู่แค้นกับ  ทีมช้างศึกไทย มาแต่สมัยแรกๆในถ้วยนี้ อีกทีมก็น่าจะเป็นอินโดนีเซีย ที่มีนักเตะต่างชาติโอนสัญชาติเข้ามากันหลายคน เข้ามาเติมความแข็งแกร่ง ให้กับพวกเขา กลับมาที่ทีมชาติไทยของเรา ซึ่งต้องบอกตามตรงว่า ตั้งแต่หมดยุคโค้ช ซิโก้ ที่ตอนนี้ไปคุมทีมในลีกเวียดนาม ฟุตบอลไทยก็ผลงานไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ว่าจะเปลี่ยนโค้ชสักกี่คน จะใช้โค้ชต่างชาติหรือคนไทย ผลงานก็ยังลุ่มๆดอนๆ ทำให้แฟนๆอย่างเรารู้สึกหมดศรัทธาที่จะเชียร์ นี่ขนาดว่าลีกในไทยของเราพัฒนาไปมาก ดีกว่าชาติในอาเซี่ยนของเราทั้งหมด มีการดึงนักเตะต่างชาติฝีเท้าดีมาก็เยอะ ไหนจะมีนักเตะของเรา ที่ไปค้าแข้งที่ต่างประเทศก็หลายคน

เรียกความศรัทธา จากแฟนบอลทีมชาติไทยให้กับคืนมาอีกครั้ง ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซี่ยน

แต่ก็ไม่สามารถยกระดับ ทีมช้างศึกไทย ให้ไปไกลกว่านี้ได้เลย ส่วนหนึ่งที่ ทีมชาติไทย ขาดตอนนี้คือ ตำแหน่งกองหน้าตัวจบสกอร์  เห็นได้ชัดเลยว่าการแข่งขันในแต่ละนัด ถ้าเจอกับทีมระดับเดียวกันหรือสูงกว่า ทีมไทยจะทำประตูได้น้อยมาก นั่นก็เป็นเพราะในลีกบ้านเรา เน้นแต่กองหน้าชาวต่างชาติมากเกินไป ดูได้จากดาวซัลโวของไทยลีกแต่ละปี ไม่เคยไม่มีกองหน้าคนไทยติดอันดับเลย ไหนจะเรื่องสรีระที่คนไทย ก็เสียเปรียบทีมอื่นๆในอาเซี่ยน ที่นำเข้านักเตะโอนสัญชาติมาจากยุโรปกันเยอะ แรงปะทะสู้กับนักเตะตัวใหญ่ได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นทางสมาคมจึงหันมา

ดูเรื่องนี้อย่างจริงจังก่อนที่ประเทศเพื่อนบ้าน จะพัฒนานำเราไปไกลมากว่านี้ ประเทศเพื่อนบ้านของเรา มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ทีมชาติเวียดนาม ที่เขี่ยเราตกรอบคัดบอลโลก ผ่านเข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่ม 12 ทีมสุดท้ายคัดบอลโลกโซนเอเชีย ได้สำเร็จแม้ผลงานจะไม่ค่อยดี อยู่ดับสุดท้ายของกลุ่มแต่ก็ยังดีกว่าทีมช้างศึกไทยทีไม่มีโอกาสได้เล่น ดังนั้นการแข่งขันในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซี่ยนในครั้งนี้ ถือเป็นการเดิมพันความเชื่อมั่น จากแฟนบอลชาวไทยเลยก็ว่าได้ ทีมชาติไทยนั้นได้มีการแต่งตั้ง มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ขึ้นมารับตำแหน่งผู้จัดการ

ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ หลังจากที่ “มาดามแป้ง”ทำสำเร็จมาแล้ว กับการนำทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกได้ ทางสมาคมจึงหวังจะให้ต่อยอดความสำเร็จกับฟุตบอลชาย นอกจากนั้นทางสมาคมได้แต่งตั้ง มาโน่ โพลกิ้ง โค้ชชาวเยอรมันที่โลดแล่น คุมทีมในไทยลีกชั้นนำหลายทีม  เข้ามาเป็นโค้ชหลังจากที่ลองใช้โค้ชคนไทย แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ และว่ากันว่านักเตะชุดที่ได้เรียกมาติดทีมชาตินั้น เป็นชุดที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี เลยก็ว่าได้เพราะเรา ได้เรียกนักเตะที่ไปค้าแข้งที่ต่างประเทศ กลับมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย 2

ผู้เล่นตัวเก่งจากเจลีกอย่าง เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ อุ้ม ธีราทร บุญมาทัน ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร นักเตะจากทีมเลสเตอร์ และผู้เล่นคุณภาพอีกหลายคน จะเห็นได้การที่ทีมชาติ เรียกนักเตะที่เล่นในต่างประเทศ เข้ามาติดกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาขนาดนี้ คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้ง  เพื่อเรียกความศรัทธา จากแฟนบอลให้กับคืนมาเหมือนเดิม และที่สำคัญกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียน หลังจากที่ปล่อยให้เวียดนาม ขึ้นมาท้าทายอำนาจอยู่พักนึงแล้ว แต่ผมรู้สึกแอบเสียดาย ที่ ทีมชาติเวียดนามนั้น ไม่ได้ขนผู้เล่นชุดใหญ่มาแข้งรายการนี้ได้ แต่อย่างว่าไม่ว่าเขาจะขนผู้เล่นชุดไหนมา ทีมชาติเวียดนามเล่นกันด้วยระบบทีมเวิร์ก ก็คงจะไม่ใช่งานง่ายที่ไทยจะเอาชนะได้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่>>>gurubarcelona.com<<<

ฟุตบอลต่างประเทศ ล่าสุด