วันที่ 15 พฤษภาคม 2021 3:34 AM
Gurubarcelona.com

ย้อนรอย ปาฎิหารย์

อัพเดทเมื่อ 3 พฤษภาคม 2021 เข้าดู 13 ครั้ง

ย้อนรอย ปาฎิหารย์ เลสเตอร์ซิตตี้ จิ้งจอกสยามสีน้ำเงิน

ย้อนรอย ปาฎิหารย์ ถ้าจะกล่าวว่าในรอบทศวรรษ 2010 ที่ผ่านมาไม่มีความสำเร็จของสโมสรทีมไหน ไปกว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกของเลสเตอร์ซิตี้ ในฤดูกาล 2015-2016 ก็คงจะไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง เพราะนอกจากมันจะยิ่งใหญ่แล้ว มันยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับชาวรากหญ้าลูกหนังไปในตัวด้วย หรือหากจะบอกว่าไม่มีความสำเร็จใด จะน่าเหลือเชื่อไปกว่าสิ่งที่เดอะฟอร์ก ทำในตอนนั้นก็ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่การกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย 1 ต่อ 5,000 คืออัตราต่อรองการเป็นแชมป์ของเลสเตอร์ซิตี้

ก่อนที่ฤดูกาลจะเปิดฉากขึ้น  ซึ่งมันมีความหมายชัดเจนว่า การที่เลสเคอร์จะก้าวไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้นั้น มันเป็นเรื่องยากซะยิ่งกว่า ให้พระอาทิตย์ขึ้นในตอนกลางคืน และให้พระจันทร์นั้นตอกบัตรออกมาทำงานในตอนเที่ยง เหตุผลมันก็ง่ายๆเพราะเลสเตอร์ซิตี้ เป็นทีมขนาดเล็กพี่ไม่ได้มีงบประมาณ การทำทีมมหาศาลแบบที่ทีมใหญ่ๆ เขามีกันนอกจากนั้นเลสเตอร์ซิตตี้ในเวลานั้น ยังมีตัวเลขการจ่ายค่าเหนื่อยรวม ให้นักเตะทั้งทีมถือว่าน้อยมากๆ

สวนทางเหลือเกินกับทีมยักษ์ใหญ่ นอกจากทีมจะเล็กงบทีมก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เลสเตอร์ยังถูกปะยี่ห้อด้วยซ้ำว่า เป็นทีมตัวเต็งระดับต้นๆที่มีวี่แววว่า จะตกหล่นจากลีกสูงสุดจากการฟันธงโดยกูรูแทบทุกสำนักข่าว ว่าเลสเตอร์ซิตี้กับทำเซอร์ไพรส์ ด้วยการออกสตาร์ท 6 เกมแรกด้วยชัยชนะและเสมออย่างละ 3 นัด เก็บ 12 แต้มชนิดหลายคนไม่คาดคิด ก่อนจะมาแพ้ให้กับอาร์เซนอลในเกมที่ 7 ซึ่งพอถึงตรงนั้นก็มีการวิเคราะห์ และว่าเลสเตอร์กำลังจะต้องเผชิญหน้า กับความจริงต่อจากนี้ไปแต่เลสเตอร์ก็ทำการหักปากกาเซียน ทุกด้ามด้วยการเดินหน้าสร้างผลงานชั้นยอดไร้พ่ายอีก 10 นัดติดต่อกันจนถึงช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2015

ที่ไปแพ้นัดที่สองของฤดูกาลที่แอนฟิลด์ แต่ถึงตรงนั้นครับความจริงที่เกิดขึ้น สโมสรเลสเตอร์ซิตตี้ กำลังสูดอากาศหายใจอยู่บน สวนนำของตารางคะแนน อย่างเหนือความคาดหมายผลงานที่สวยงามของ เดอะฟอร์ก คือเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย ทว่าในอีกทางหนึ่งมันก็เลยทำให้พวกเขา ได้รับแรงเชียร์จากหลากหลายทิศทางที่อยากให้พวกเขาสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น แต่จนกระทั่งว่าเข้าเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ปี 2016 เลสเตอร์ก็ยังโดนปรามาสอยู่ดีว่า เดี๋ยวก็คงแผ่วปลายไปเองพูดแบบชัดเจนก็คือ ไม่มีใครเชื่อว่าพวกเขาจะมีน้ำยาเอาไว้ราดเส้นขนมจีน เดี๋ยวก็คงเริ่มแพ้และสะดุดจากพื้นที่สวนนำไปเอง

และอีกครั้งเลสเตอร์ก็หักด้ามทุกคำสบประมาท ด้วยการเดินหน้าบนเส้นทางของพวกเขา อย่างตั้งใจในทีมตอนนั้นไม่มีใครพูดถึงการ คว้าแชมป์พวกเขาแค่เพียงทำหน้าที่ของพวกเขาเท่านั้น และกว่าที่เราบรรดากูรูจะเริ่ม และให้ค่าเลสเตอร์ซิตี้ว่าอาจจะคว้าถ้วยแชมป์ลีกได้ ย้อนรอย ปาฏิหารย์ ก็ต้องรอจนถึงเดือนมีนาคม ที่อัตราต่อรองเริ่มถูกหั่นลงมาเรื่อยๆ ให้พวกเขากลายเป็นทีมเต็งอันดับต้นๆ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในทีมเลสเตอร์ซิตี้ชุดนั้น ก็คือระบบการเล่น 4-4-2 แบบดั้งเดิมซึ่งแทนจะเป็นฟอร์เมชั่นที่ล่าสมัย

และตกยุคไปแล้วด้วยเพราะบอลอังกฤษ มีการนำเข้ากุนซือจากต่างชาติชื่อดังมากมาย ให้เข้ามาคุมทีมใหญ่ๆและก็นำแบบแผนการเล่น ที่มีตัวเลขหลากหลายและซับซ้อนเข้ามาด้วยทว่า เลสเตอร์เคลาดิโอ รานิเอรี่ กับยึดมั่นในระบบ 4 -4 -2 ที่มีกล้องหน้าถอนตัวลงมาต่ำ คอยเล่นเกมรับและมีกองกลางที่เด่นเรื่องการตัดเกม แพทเทิร์นของเลสเตอร์ซิตี้นั้นเป็นอะไรที่เรียบง่าย และตั้งรับอดทนรอจังหวะสวนกลับ และในการเพิ่มเติมในเรื่องการเล่นลูกตั้งเตะ ที่พวกเขาทำได้มีประสิทธิภาพเข้าไปด้วย โดยบอลของเลสเตอร์ในปีที่คว้าแชมป์นั้น

ถูกบันทึกว่ามีตัวเลขค่าเฉลี่ย การครองบอลที่น้อยที่สุดอันดับ 3 ของจำนวน 20 ทีมในลีกทว่าแม้พวกเขาจะครองบอลน้อย แต่ก็ทดแทนมาด้วยตัวเลขการเข้าแย่งบอล เข้าสกัดบอลรวมไปถึงการตัดบอล ที่ออกจากเท้าคู่แข่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุด ในลีกทุกๆด้านทว่าในเกมลับ ที่ดูแข็งแกร่งนั้นความเป็นจริงจุดเริ่มต้น ของซีซั่นพวกเขาก็ยังคงคลำหาทิศทาง ความลงตัวในเกมรับมาก่อน กว่าจะมาเจอจุดสมดุลจริงๆ ก็เกือบครึ่งฤดูกาลบ่งบอกว่าทีมเลสเตอร์ซิตี้ ในปีนั้นมีภาพจำไม่ต่างจากตัวแทนของมนุษย์ธรรมดา ย้อนรอย ปาฎิหารย์

ย้อนรอย ปาฏิหารย์

ย้อนรอย ปาฎิหารย์ เคล็ดลับแต่ไม่ลับของ เคลาดิโอ รานิเอรี่

ที่ไม่ได้สมบูรณ์เพอร์เฟคเคล็ดลับอย่างนึงที่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ บอกกับลูกทีมก็คือถ้าเกมไหน ไม่เสียประตูจะเลี้ยงพิซซ่าทุกคน แม่อาจจะดูเป็นเคล็ดลับที่ไม่น่าลับทว่าด้วยความบ้านๆของกุศโลบายเช่นนี้ แหละบวกกับการไม่ค่อยปรับหมากเตะ และการค้นพบตำแหน่งที่เหมาะสมกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ที่มีความคงเส้นคงวากุญแจสำคัญ ของเลสเตอร์ซิตี้สามารถดูได้ง่ายๆ จัดสไตล์การเล่นของเอ็นโกโล่ก็องเต้ ที่วิ่งสู้ฟัดเหมือนกัดไม่ปล่อย ซึ่งในทีมมีผู้เล่นแบบกองเต้มีอีกหลายคน

เกจิ โอคาซากิและเจมี่วาร์ดี้เป็นต้น เช่นเดียวกันกับความไม่ทะเยอทะยานของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ฟังไม่ผิดบุคลิกความไม่ทะเยอทะยาน ของเขาที่ครั้งหนึ่งเคยโดนโซเซ มูรินโญ่ แขวะว่าอายุ 70 แล้วยังไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้เลย ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญ ที่ทำให้ทีมไม่ตกอยู่ในความกดดันมากเกินไป บทสรุปดูการ 2015-2016 เลสเตอร์ซิตตี้มีช่วงทที่ต่ำสุดคืออันดับ 6 จนจบแมตช์เดย์วันที่ 7 ก็ยังประคองตัวให้เกาะอยู่ในกลุ่มนำมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงแมตช์ดย์ที่ 22 พวกเขากลับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 อีกครั้งและจากจุดนั้นจนถึงแมตช์ในเดือนพฤษภาคม แมตช์สุดท้ายเลสเตอร์ซิตตี้ ย้อนรอย ปาฏิหารย์ gurubarcelona.com

และเข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการมี 81 คะแนนทิ้งอันดับ 2 อย่างอาร์เซนอลมากถึง 10 คะแนนทั้งซีซั่นทีมของรานิเอรี่เพียงแค่ 3 เกมเท่านั้นการเฉลิมฉลองชัยของเลสเตอร์ซิตี้ในความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ถือเป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำ เพราะในเกมที่พวกเขาเอาชนะเอฟเวอร์ตันได้ มีแฟนบอลเอฟเวอร์ตันที่ยอมเสียสละ ที่นั่งของตนเองเพื่อให้แฟนเลสเตอร์ได้เข้ามารับบรรยากาศ พิธีฉลองแชมป์ในสนามขณะที่ยังมีแฟนบอล ชาวอิตาลีซึ่งเป็นแฟนคลับของกุนซือ วัดดวงมาหาตั๋วที่หน้าสนามแน่นอนว่า

สิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้นั่นคือการบริหารงาน แบบครอบครัวของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ที่เข้ามาซื้อสโมสรต่อจากมิลาน มารดาริชในช่วงปี 2011 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เลสเตอร์ซิตี้ กลับมายืนหยัดอยู่ในแถวหน้า ของวงการฟุตบอลอังกฤษได้อย่างเต็มภาคภูมิใจ และแม้ว่าทุกวันนี้คุณวิชัยจะสิ้นลมหายใจไปแล้ว แต่มรดกที่ท่านได้ทิ้งเอาไว้ก็ยังคงเป็นตำนานเล่าขานของผู้คน ในเมืองเลสเตอร์ไม่เสื่อมคลาย สุดท้ายแล้วนิยามของความสำเร็จในปี 2015-2016 ของเลสเตอร์สามารถอิงตามคำพูดของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่เคยบอกว่าในยุคที่เงินซื้อได้ทุกอย่าง ผมเชื่อว่าความสำเร็จของเลสเตอร์ซิตี้ ได้มอบความหวังให้ผู้คนอย่างมหาศาลและนี่ก็คือย้อนรอย ปาฏิหาริย์ของเลสเตอร์ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015-2016

ประโยคเปลี่ยนโลก เลสเตอร์ซิตตี้

ประโยคเปลี่ยนโลก เลสเตอร์ซิตตี้ ความฝันที่พังทลายความเจ็บปวด ความโศกเศร้าทั้งหมดถูกเปลี่ยนด้วยประโยค และคำพูดกับชายเพียงคนเดียวปี 2013 และเลสเตอร์ได้แตะเพลย์ออฟเลื่อนชั้นไปเล่นพรีเมียร์ลีก นัดแรกพวกเขาคว้าชัยชนะในบ้านตัวเอง 1 ประตูต่อ 0 ในตอนนั้นทุกคนและสโมสร ต่างมั่นใจว่าพวกเขาจะได้ขึ้นชั้นแน่นอน เพราะความฝันมันอยู่แค่เอื้อมแล้วเหลืออีกนิดเดียว นิดเดียวจริงๆและเกมตัดสินโชคชะตา ของเลสเตอร์ซิตี้มันคือเกมที่พวกเขา ต้องไปเยือนวัตฟอร์ดเพียงแค่เสมอเท่านั้น ทุกอย่างมันก็จบแต่ในเกมวันนั้นเองจนถึงนาทีที่ 96 ยังตามอยู่ 2 ประตูต่อ 1 ในไม่กี่นาทีสุดท้ายพวกเขาขอแค่ยิงเข้าไป ก็จะได้เข้าชิงชนะเลิศสูงๆแล้วเวลา 19 วินาที

19 วินาทีหลังจากลูกมันกลับกลาย เป็นเวลาที่เลวร้ายที่สุดของเลสเตอร์ซิตี้ พร้อมกับเสียเพิ่มเป็น 3 ประตูต่อ 1 และวัตฟอร์ดได้เข้าไปนัดชิงชนะเลิศ  19 วินาทีที่ทุกอย่างพังทลายลงความฝันคำสัญญา กับแฟนบอลทุกสิ่งทุกอย่างมันจบลงใน 19 วินาทีนั้นมันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว หลังจากจบเกมบนรถไม่มีบทสนทนา ไม่มีการพูดคุยบรรยากาศเงียบสนิท ทุกคนในสโมสรจมดิ่งไปในความโศกเศร้ามาก เหมือนเป็นจุดสิ้นสุดและในวินาทีนั้น คือความเจ็บปวดและความทรมาน ย้อนรอย ปาฏิหารย์

คุณอายะวัฒน์หันไปถามคุณพ่อ ด้วยความเศร้าว่าเราจะเอายังไงกันต่อ แล้วคุณวิชัยตอบกลับลูกชายของตัวเอง ด้วยประโยคสั้นๆที่ว่ามันก็เหมือนกันนั่นแหละ ต้องเรียนรู้ความสามารถเอาไว้ ถ้าเกิดวันนี้เราได้ขึ้นชั้นเราจะไม่เคยรู้เลยว่า ความล้มเหลวมันเป็นยังประโยคสั้นๆ ประโยคนั้นมันเหมือนกับการบอกกับลูกชายตัวเองว่า ก่อนที่จะประสบความสำเร็จมันต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดก่อน เรียนรู้ว่าผิดพลาดอะไรต้องพัฒนาไปทางไหน คุณอายะวัฒเรียกทุกคนมาคุยและพูดประโยคเดียวกัน เขาบอกให้ดูคนลืมมันไปซะและลุกขึ้นสู้ด้วยกันอีกครั้ง มันทำให้เราฤดูกาลต่อมา เลสเตอร์ใช้ความเจ็บปวดจากฤดูกาลที่แล้ว เป็นแรงผลักดันให้พวกเขาคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนชิพ ย้อนรอย ปาฎิหารย์

และได้เลื่อนชั้นด้วยในครั้งนี้ พวกเขาไม่ต้องลุ้นอะไรอีกแล้ว ขึ้นลีกสูงสุดในรอบทศวรรษที่แข็งแกร่ง ทุกตำแหน่งช่วยกันเล่นๆของ จิ้งจอกสีน้ำเงิน สู้ถ้ายังไม่ได้ยินเสียงนกหวีดทั้งทีมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน และนั่นคือจุดแข็งที่สุดของพวกเราด้วย จุดเริ่มต้นของเลสเตอร์มันคือวันที่ 6 คำกล่าวของประธานสโมสรที่ว่า เรามีแผนจะขึ้นไปอยู่ทอ็ปไฟล์ของพรีเมียร์ลีก และไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกให้ได้ใน 3 ปี หลังจากคำกล่าวนั้นใครๆก็คิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้

มันไกลเกินตัวในลีกอังกฤษ ไม่มีทีมที่เลื่อนชั้นทีมไหนกล้าพูดแบบนี้ ที่ใครหลายคนเคยได้ยิน เพราะหลังจากนั้นลงไปอยู่ท้ายตารางคะแนน นานที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ด้วยระยะเวลาเกือบครึ่งปีเต็มๆ แต่สุดท้ายพวกเขาก็รอดตกชั้นมาได้ ด้วยการชนะ 7 จาก 9 นัดหลังสุดของฤดูกาลปีต่อมา ด้วยอัตราต่อรอง 1 ต่อ 5,000 ที่จิ้งจอกสยามจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุด ถามว่ามันเป็นอัตราต่อรองที่สูงขนาดไหน คำตอบคือมันเป็นไปไม่ได้ที่เกือบจะตกชั้น จะเข้ามาคว้าแชมป์มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว

จบฤดูกาลที่คนทั้งโลกเห็นคือ เลสเตอร์ซิตี้กำลังชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก พร้อมกับเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ในโลกฟุตบอลทุกสิ่งทุกอย่างมันเริ่มต้นจาก ประโยคเพียงประโยคเดียวประโยคที่ไม่มีใครเชื่อว่า มันจะเกิดขึ้นจริงจากที่ทำลงไปตรงหน้า เทพนิยายแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของวงการกีฬาความทรงจำที่คนทั้งโลก ไม่มีวันลืมอาจจะหาคำนิยามของผู้ชายคนนี้ มันคงเป็นคำที่ว่าไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ย้อนรอย ปาฎิหารย์

ข่าวฟุตบอล ล่าสุด